กรณีศึกษา Getupteacher โพสต์ขายสินค้าทะลุ 1 แสน Organic Reach แรกไม่เสียเงินค่าโฆษณาสักบาทเดียว

3
3288

ผมมักพูดถึงการซื้อโฆษณาเฟสบุคเพื่อทำ List building แทนการซื้อโฆษณาเพื่อขายสินค้าตรง ๆ ไว้ในบทความ และคอร์สเรียนต่าง ๆ ตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ. 2016 เป็นต้นมา (สมัยเฟสบุคมีระบบ Retargeting ads ออกมาหมาด ๆ) เพราะการซื้อโฆษณาเพื่อทำ List building ช่วยลดต้นทุนค่าโฆษณาได้สูงสุดถึง 90%

แต่ผมมีโอกาสพบกับกลุ่มคนที่สามารถโพสต์ขายสินค้าตรง ๆ และ มีอัตราเข้าถึงสูงกว่า 1 แสน Organic reach ภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง!

ก่อนจะเล่าต่อ ผมขอทวนสั้น ๆ ว่าการซื้อโฆษณาเพื่อทำ List building อาทิ การแจกโบนัสต่าง ๆ เช่น คูปองโค้ดส่วนลดแลกซื้อสินค้า, ข้อเสนอทดลองใช้สินค้าและบริการฟรี, วีดีโอให้ความฟรี เป็นต้น ฯลฯ เพื่อให้คนสมัครใช้บริการโดยคุณจะได้ Database ได้แก่ ชื่อ เบอร์โทร และอีเมล์ของพวกเขามาอยู่ในมือ เพื่อการบรอดคาสต์ขายสินค้าโดยตรงและไม่ต้องผ่านการซื้อโฆษณา

การซื้อโฆษณาเพื่อแจกของฟรีแบบนี้ นอกจากอัตรา Conversion ไปเป็นฟรียูเซอร์ในระบบจะสูงแล้ว ค่าโฆษณายังถูกมากอีกด้วย จนกระทั่งผมได้มีโอกาสพบกับกลุ่มผู้ประกอบการและนักการตลาดออนไลน์กลุ่มหนึ่งที่สามารถสร้างปรากฏการณ์ 1 แสน Organic reach

พวกเขาไม่ใช่ใครที่ไหน กลุ่มผู้ก่อตั้งแฟนเพจ Getupteacher ผู้สอนคอร์สออนไลน์ Fanpage Viral เจ้าของผลลัพธ์ 100 ล้าน Organic reach ไม่เสียค่าโฆษณาสักบาทเดียว

กรณีศึกษา Getupteacher

 

รูปภาพด้านบน คือ ภาพโพสต์ขายสินค้า แถมเป็นสินค้าที่ต้องบอกตามตรงว่าไม่น่าจะขายได้ นั่นคือ คอร์สสอน ‘จีบผ้า’ – เมื่อได้ยินคำว่าคอร์สสอนจีบผ้า เรา ๆ ท่าน ๆ คงนึกภาพไม่ออกว่าใครจะมาเรียนอะไรแบบนี้ เรียนไปเพื่ออะไร เอาไปใช้ทำมาหากินอะไรก็ไมน่าจะได้

แต่เมื่อดูรูปภาพด้านบน นี่คือจำนวนการเข้าถึง คอมเมนต์ แชร์โพสต์ และผู้คนที่ทักมาซื้อคอร์สอย่างไม่ขาดสายทางกล้องข้อความของแฟนเพจ ผลลัพธ์ 169,005 Organic reach ภายในระยะเวลาเพียง 2 ชั่วโมง พวกเขาทำได้อย่างไร?

ก่อนเล่ารายละเอียด CEOblog มี บทความเกี่ยวกับผู้ก่อตั้ง Getupteacher ที่นี่ ส่วนบทความนี้จะขอข้ามประวัติ Getupteacher เพื่อไปเล่ากรณีศึกษากาโพสต์ขายสินค้าอย่างไรให้ได้ Organic reach จำนวนมากแบบนี้ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาทำได้ ดังนั้นคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน

แนวทางการทำแฟนเพจของ Getupteacher

ผู้อยู่เบื้องหลังการตลาดให้กับแฟนเพจ Getupteacher คือ โค้ชออย ธีรนุช กมลเดช ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหารการตลาดให้กับเพจและบริษัท และเป็น Certified NLP ซึ่งเธอนำหลักจิตวิทยามาใช้ในการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายอย่างจริงจัง

โค้ชออย เล่าให้ฟังว่าเจ้าของแฟนเพจจะต้องมีความเข้าใจ Pain point และ Need ของ กลุ่มเป้าหมาย อย่างชัดเจนเสียก่อนจึงจะสามารถกำหนดทิศทางของคอนเทนต์บนเพจได้ และที่สำคัญ คือ Social media ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นคอมมิวนิตี้ คุณจึงต้องสร้างคอมมิวนิตี้ให้สำเร็จ และรักษาบรรยากาศความเป็นชุมชน กล่าวคือ คอนเทนต์ 80% เพื่อชุมชน อีก 20% เพื่อขายของ

CEOblog สรุปเป็น 4 แนวทางดังนี้

1. วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายแบบ Deep Learning

ทีมงาน Getupteacher ไม่ได้เริ่มต้นแฟนเพจด้วยการขายของ แต่จากการสร้างฐานแฟนคลับและรักษาความสัมพันธ์การกลุ่มเป้าหมายอย่างเข้มข้น โดยไฮไลท์สำคัญ คือ การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายแบบ Deep learning โดยกลุ่มเป้าหมายของแฟนเพจ คือ ข้าราชการครู

Deep learning คืออะไร? Deep Learning คือ กระบวนการเรียนรู้ข้อมูล อาทิ Data และ Big data ของ AI เพื่อให้ AI มีฐานข้อมูลมากพอที่จะนำไปประมวลผล คิด วิเคราะห์ ตัดสินใจ และกระทำการใด ๆ ตามหน้าที่ของมัน ผู้คนโดยทั่วไปได้ยินคำว่า Deep learning มาจากวงการเทคโนโลยี แต่อันที่จริง Deep learning ใน AI เลียนแบบการทำงานของ สมองมนุษย์

การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของ Getupteacher มีการทำ Deep learning ในระดับเข้าไปสุ่มศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายว่า Active on Facebook กี่โมง และ Offline ออกไปตอนกี่โมง!

ตัวอย่าง Deep learning กลุ่มเป้าหมาย อาทิ

  • เข้าไปดูโปรไฟล์ ข้าราชการครูแต่ละคนว่า ชอบโพสต์แบบไหน เสพคอนเทนต์แบบไหน และแชร์คอนเทนต์แบบไหน
  • คุณครูติดตามแฟนเพจอะไร และอยู่ใน Facebook group อะไรบ้าง
  • คุณครูใช้เวลาอยู่บนฟสบุคช่วงไหน และนานแค่ไหน
  • คุณครูส่วนใหญ่เป็น Personality type กลุ่มไหน (ข้อได้เปรียบนี้เกิดจาก Getupteacher เป็นเจ้าของเครื่องมือ HabitScan personality test และมีฐานข้อมูลครูที่ทำแบบทดสอบอยู่ในระบบมาก่อน)

เมื่อได้กลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน โดยกรณี Getupteacher คือ กลุ่มข้าราชการครู และพฤติกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันแล้วก็ไปยังข้อ 2

2. วางแผนโพสต์คอนเทนต์ด้วยกฏ 80/20

จากการวิเคราะห์ของทีมงาน Getupteacher พบว่า ข้าราชการครู มีงานที่ค่อนข้างหนัก และอยู่กับเรื่องวิชาการเป็นส่วนใหญ่อยู่ คุณครูจึงไม่ต้องการเสพเรื่องวิชาการเพิ่มอีก และต้องการเสพเรื่อง บันเทิง หรือ ดรามา นอกจากนั้น Pain point ของข้าราชการครู คือ ไม่ได้รับการเชิดชูมาเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับสมัยก่อน

เหล่านี้จึงนำมาเป็นแนวทางคอนเทนต์ของแฟนเพจ โดย 80% ของคอนเทนต์เป็น Value ให้กับข้าราชการครู อีก 20% ขายสินค้า โดยในจำนวน 80% ของ Value content ยังแบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่

  • คอนเทนต์บันเทิงเบาสมอง หยอกเบา ๆ ดรามานิด ๆ
  • คอนเทนต์เล่าสตอรี่คุณครูสู้ชีวิตต่าง ๆ
  • คอนเทนต์ข่าวสารวงการครู
  • คอนเทนต์แจกเครื่องมือเพื่อพัฒนาชีวิตครู

โดยคอนเทนต์ประเภทที่ 1 และ 2 มีจำนวนมากที่สุด และได้รับ Engagement สูงที่สุด นับเป็นทัพหน้าในการสร้างฐานผู้ติดตาม ส่วน 2 กลุ่มล่าง คือ ตัวรักษาความภักดีของผู้ติดตาม คือ การให้สิ่งที่เป็นสาระประโยชน์แก่พวกเขาอย่างสม่ำเสมอ

3. ใช้พลังของ Facebook Group ขยาย Reach

การทำแฟนเพจให้โตใช้ช่วงแรกยากทุกคน ลำพังพลังของแฟนเพจอย่างเดียวไม่พอ และคนทั่วไปอาจต้องซื้อโฆษณาเฟสบุค แต่ Getupteacher ไม่ได้ซื้อโฆษณาเลย และมุ่งสร้างความเติบโตของเพจโดยการไปโพสต์ตามกลุ่มต่าง ๆ

อย่างไรก็ดี หากโพสต์เฉย ๆ ก็อาจจะไม่มีกระแส ทีมงาน Getupteacher จึงจัดทีมสร้าง Engagement เป็น 3 ทีม ได้แก่ ทีมดรามา คอมเมนต์ไม่เห็นด้วย ทีมอวย ชื่นชมโพสต์ และทีมคอมเมนต์กลาง ๆ พอมีคนมาเปิดคอมเมนต์ คนอื่น ๆ ก็ตามมา ทำให้โพสต์ Reach ดี มีคนมาคุยด้วย ทั้งในกลุ่ม และในเพจ

4. ไม่ได้ปฏิเสธการซื้อโฆษณา… แต่

ทีมงานฯ ไม่ได้ปฏิเสธการซื้อโฆษณา เพราะเฟสบุคมี Decay time โพสต์จะไวรัลแค่ไหนก็ต้องมีการหมดระยะวิ่งเสมอ ดังนั้นหากเป็นโพสต์ขายสินค้าก็ต้องซื้อโฆษณาเพื่อให้วิ่งต่อหลัง Decay time ของเฟสบุค แต่จะเป็นการซื้อโฆษณาหลังจากที่ Organic reach เกิดขึ้นแล้วประมาณ 12 – 24 ชั่วโมง

การที่โพสต์มี Organic reach และ Engagement ที่ดีก่อนจะซื้อโฆษณา มีข้อดีคือเฟสบุ๊คเข้าใจว่านั่นคือโพสต์ที่ ยูเซอร์ ชอบ และส่งผลให้ระบบโฆษณาเฟสบุ๊คช่วยผลักดันโพสต์นั้น ๆ ในราคาค่าโฆษณาที่ถูกลง และนี่ คือ กรณีศึกษา Getupteacher โพสต์ขายสินค้าทะลุ 1 แสน Organic Reach แรกไม่เสียเงินค่าโฆษณาสักบาทเดียว เพื่อคุณลองนำไปปรับใช้วางแผนกับแฟนเพจของคุณครับ

———-

หากคุณต้องการเป็นผู้ชนะในสมรภูมิ ธุรกิจและการตลาดออนไลน์ จากนี้เป็นต้นไป ห้ามพลาดลงทะเบียน Free Training ยุทธศาสตร์การตลาดออนไลน์ ฉบับสมบูรณ์ ปี 2020 เรียนฟรี 1 พันคนแรกเท่านั้น! รายละเอียดที่นี่ครับ

3 COMMENTS

  1. จุดสำคัญหลักคือการรู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง ถ้าไม่ได้ข้อมูลเชิงลึก จะกำหนดความต้องการของกลุ่มเป้าหมายไม่ได้ และจะไม่ได้กลยุทธ์ในการรับมือแน่นอน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.