วิธีเริ่มต้นใช้ Facebook Page ขายของออนไลน์อย่างมืออาชีพ

0
8512

วิธีใช้เฟซบุ๊คทำการตลาดเพื่อขายของออนไลน์ ใช้เฟซบุ๊คส่วน ข้อดี/ข้อเสีย, ใช้เฟซบุ๊คเพจ ข้อดี/ข้อเสีย สุดท้ายจะแนะนำให้ไปใช้เฟซบุ๊คเพจในที่สุด แต่จะบอกเล่าปัจจัยสำคัญในการทำเพจให้โตยั่งยืน

หากพูดถึงการทำการตลาดออนไลน์ในยุคปัจจุบัน โซเชียลมีเดีย ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ Facebook ที่เป็นโซเชียลมีเดียที่คนไทยใช้งานมากที่สุดในบรรดาโซเชียลมีเดียด้วยกัน คิดเป็นร้อยละ 65 ของโซเชียลมีเดียทั้งหมด และรวมไปถึงการใช้เครื่องมือแชท Facebook Messenger ที่เป็นโปรแกรมแชทที่มีผู้ใช้งานกว่าร้อยละ 48 ที่สามารถใช้ในการคุยกับลูกค้าเพื่อนำไปสู่การซื้อขายของออนไลน์กันได้

ซึ่งผู้ที่ใช้งานบน Facebook ในประเทศไทยมีด้วยกันกว่า 46 ล้านบัญชีสมาชิก ส่วนใหญ่จะมีอายุอยู่ในช่วง 18-34 ปี คิดเป็นร้อยละ 60 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งจะเป็นเพศชายและหญิงร้อยละ 50 เท่า ๆ กัน ซึ่งโดยปกติแล้ว ผู้คนจะใช้เวลาอยู่บนหน้าจอมือถือที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้เฉลี่ย 4 ชั่วโมงต่อวัน

และนอกจากคนไทยมีการจับจ่ายใช้สอยบนโลกออนไลน์กว่า 11.58 ล้านคน โดยจับจ่ายใช้สอยเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ 7,000 บาท

ดังนั้น นี่คือตัวเลขที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่า ทำไมคุณควรให้สำคัญกับการทำการตลาดออนไลน์บน Facebook เพราะไม่เช่นนั้นแล้วคุณอาจพลาดโอกาสทางธุรกิจที่มีอยู่บน Facebook อย่างมหาศาล ที่มีมูลค่าสูงถึง 2,500 ล้านบาทเลยทีเดียว

Facebook แบ่งการใช้งานออกเป็น 2 รูปแบบ

แบบที่ 1 Facebook Personal Profile

จะเป็นการใช้งานแบบส่วนบุคคล สามารถลงทะเบียนสมัครได้ฟรี โดยสามารถกรอกข้อมูลในหน้า ลงทะเบียน Facebook

ข้อมูลสำคัญที่ต้องใช้ในการสมัคร Facebook ได้แก่:

  • ชื่อ-นามสกุล
  • หมายเลขโทรศัพท์มือถือหรืออีเมล
  • รหัสผ่าน
  • วันเกิด
  • เพศ

ข้อดี

  • โพสต์ของคุณจะถูกแสดงผลบนหน้าฟีดของเพื่อนคุณได้เป็นอย่างดี
  • มีความเป็นส่วนตัวสูง สามารถเลือกให้เห็นแบบสาธารณะหรือเฉพาะกลุ่มเพื่อนได้
  • ให้ความรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนม เพราะเป็นการสนทนาแบบตัวต่อตัวจากเจ้าของโปรไฟล์กับเพื่อนโดยตรง

ข้อเสีย

  • สามารถใช้งานได้เพียงคนเดียว
  • สามารถเพิ่มเพื่อนได้เพียง 5,000 คนเท่านั้น
  • โพสต์ของคุณจะถูกแสดงบนหน้าฟีดของเพื่อนคุณ
  • ต้องกดเพิ่มเพื่อนด้วยตนเอง
  • ไม่มีตัวเลขแสดงสถิติต่าง ๆ
  • Facebook บังคับให้ใส่เฉพาะชื่อหรือนามสกุลจริงเท่านั้นตาม Policy
  • ไม่สามารถลงโฆษณาเพื่อให้โพสต์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้

แบบที่ 2 Facebook Page

จะเหมาะสำหรับการใช้เพื่อทำการตลาดออนไลน์สำหรับธุรกิจ โดยสามารถสร้างเพจได้โดยให้ล็อคอิน Facebook Profile ปก จากนั้นก็สามารถเริ่มต้นสร้างเพจได้ที่ สร้างเพจ

สามารถสร้างเพจได้ฟรี โดยจะแบ่งตามลักษณะของธุรกิจหรือแบรนด์ที่คุณต้องการโปรโมท โดยแบ่งออกเป็น 6 ประเภทดังนี้

ประเภทที่ 1 ธุรกิจหรือสถานที่ในท้องถิ่น
ประเภทที่ 2 บริษัท องค์กร หรือสถาบัน
ประเภทที่ 3 แบรนด์หรือสินค้า
ประเภทที่ 4 ศิลปิน วงดนตรี หรือบุคคลสาธารณะ
ประเภทที่ 5 ความบันเทิง
ประเภทที่ 6 การกุศลหรือชุมชน

ข้อดี

  • สามารถใช้งานพร้อมกันได้หลายคน
  • ใช้สร้างสำหรับธุรกิจหรือใช้สร้างแบรนด์ส่วนตัวก็ได้
  • ไม่จำกัดจำนวนผู้ติดตามและจำนวนคนที่มา Like เพจ
  • สามารถตั้งเวลาในการโพสต์ล่วงหน้าได้
  • โพสต์จะขึ้นฟีดหน้าจอของผู้ที่มากด Like และหากเขาคอมเม้นท์ เพื่อนของพวกเขาก็จะเห็นด้วย
  • ผู้คนสามารถติดตามเพจได้โดยที่ไม่ต้องรอการอนุมัติจากเพจ
  • สามารถค้นพบหน้าเพจธุรกิจบน Google ได้อย่างง่ายดาย
  • โพสต์ในฐานะเพจเท่านั้น ผู้ติดตามเพจไม่สามารถรู้ได้ว่าแอดมินคนใดโพสต์ เพราะจะเห็นเฉพาะแอดมินด้วยกันเอง ทำให้สามารถมีทีมงานแอดมินได้หลายคนที่สามารถโพสต์ในนามแบรนด์เดียวกันได้
  • สามารถดูสถิติและตัวเลขต่าง ๆ ของโพสต์ได้
  • สามารถลงโฆษณาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงผู้คนบน Facebook ได้

ข้อเสีย

  • ไม่มีความเป็นส่วนตัว แสดงโพสต์เป็นสาธารณะ
  • ให้ความรู้สึกห่างเหินระหว่างแบรนด์กับผู้ติดตาม
  • มีการลดการมองเห็นจากจำนวนผู้ที่มากด Like อาจน้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์
  • เจ้าของเพจไม่สามารถเพิ่มเพื่อนหรือผู้ติดตามได้ด้วยตนเอง

จากข้อดีและข้อเสียของ Facebook ทั้งสองแบบ จะเห็นได้ว่า หากต้องการใช้ในเชิงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มยอดขายออนไลน์แล้วนั้น การใช้ Facebook Page จะมีประสิทธิภาพที่สูงกว่า ซึ่งไม่ว่าคุณจะสร้างแบรนด์ให้กับบริษัทของคุณหรือสร้างแบรนด์ให้ตัวคุณเองนั้นก็ย่อมได้

เริ่มต้นสร้าง Facebook Page เพื่อทำการตลาดให้กับแบรนด์ของคุณ

ขั้นตอนที่ 1 – สร้าง Facebook Page

ไปที่หน้าเว็บไซต์ สร้างเพจ แนะนำให้เลือกสร้างเพจแบบ “ธุรกิจหรือสถานที่ในท้องถิ่น” ซึ่งข้อดีของการเลือกแบบนี้จะสามารถระบุที่อยู่หน้าร้านหรือตำแหน่งออฟฟิศได้ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าธุรกิจเรามีตัวตนอยู่จริง และนอกจากนั้นยังมีฟังก์ชั่นที่เปิดโอกาสให้ลูกค้ามารีวิวหน้าเพจของธุรกิจเราเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือได้อีกด้วย

โดยให้เลือกหมวดหมู่ตรงกับสินค้าหรือบริการของคุณ จากนั้นให้กรอกข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจเบื้องต้น ดังนี้

  • ชื่อธุรกิจหรือสถานที่
  • ที่อยู่
  • เมือง/รัฐ/จังหวัด
  • รหัสไปรษณีย์
  • โทรศัพท์

จากนั้นให้กดปุ่ม ‘เริ่มต้นใช้งาน

เมื่อกดปุ่มเริ่มต้นใช้งานแล้ว ทาง Facebook ก็จะขึ้นหน้าเพจที่เราได้สร้างเอาไว้เมื่อสักครู่นี้ เพื่อให้เราสามารถปรับแต่งและตั้งค่าต่าง ๆ ที่สำคัญในการเตรียมตัวก่อนการโปรโมทแบรนด์

โดยส่วนประกอบของการทำ Facebook Page ที่สำคัญ มีดังนี้

  • รูปโปรไฟล์
  • รูปหน้าปก
  • ข้อมูลเกี่ยวกับเพจ
  • เบอร์โทรติดต่อ
  • อีเมล์ติดต่อ
  • เว็บไซต์
  • ร้านค้า
  • คอนเทนต์ (Content)

สิ่งสำคัญต่อมาที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือ Content สำหรับการโปรโมทธุรกิจของคุณ ซึ่งความเข้าใจโดยทั่วไปที่เจ้าของธุรกิจมักทำผิดพลาดก็คือ ไม่มีการทำ Content เกี่ยวกับธุรกิจ มีแต่โพสต์ขายของอย่างเดียว 100% หรือแชร์ Content จากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่ของธุรกิจคุณ

หากคุณลองคิดในมุมของผู้ใช้งานทั่วไปบน Facebook เมื่อเข้ามาเจอหน้าเพจที่มีแต่ขายของอย่างเดียว โพสต์แบบนี้ทุกวัน ๆ หากคุณไม่ได้สนใจสินค้าหรือบริการนั้นจริง ๆ ก็อาจจะเกิดความรำคาญและเลิกติดตามเพจนั้นในท้ายที่สุด (ซึ่งผมจะมากล่าวแบบละเอียดในการทำ Content Marketing ในบทความต่อ ๆ ไป)

ดังนั้นความสำคัญของการทำการตลาดออนไลน์ด้วย Content Marketing นั้น จะช่วยให้เพิ่มจำนวนผู้ติดตามที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจคุณ และหากมีการอัพเดท Content อย่างต่อเนื่อง และตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ก็จะทำให้แบรนด์ของคุณเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ซึ่งการใช้ Facebook ในการทำการตลาดนั้น มีต้นทุนที่ต่ำกว่ามาก เมื่อเทียบกับสื่อเดิม ๆ อย่าง ทีวี วิทยุหรือหนังสือพิมพ์

3 เทคนิคในการสร้าง Facebook Page อย่างมืออาชีพ

เทคนิคที่ 1 ตั้งค่า URL ที่อยู่ของเพจคุณด้วยชื่อแบรนด์ของธุรกิจ

ตัวอย่างเช่น https://www.facebook.com/Vcommerce.co.th/ โดยสามารถตั้งค่าได้โดยการคลิกที่ ‘เกี่ยวกับ‘ ที่หน้าเพจของคุณ ซึ่งการตั้งชื่อที่ดีนั้น ควรจดจำได้ง่าย พิมพ์ได้ง่าย ตรงกับแบรนด์ของคุณและพิมพ์ติดกันไม่ยาวจนเกินไป

เทคนิคที่ 2 ตั้งค่า Facebook Cover ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

เนื่องจากบริเวณหน้าปก Facebook นั้น จะเป็นสิ่งแรกที่ผู้ใช้งานเห็นเมื่อพวกเขาเข้ามายังเพจของคุณ ดังนั้น หากในแว๊บแรกที่เห็น คุณสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้เยี่ยมชมได้ คุณก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว เพราะนอกจากจะทำให้เกิดการจดจำที่ดีแล้ว ยังเป็นพื้นที่โฆษณาสินค้าหรือบริการของแบรนด์คุณได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ซึ่งคุณสามารถตั้งค่า Facebook Cover เป็นรูปภาพหรือวีดีโอก็ได้

ซึ่งการออกแบบหน้าปก Facebook นั้นควรคำนึงถึงการแสดงผล ทั้งบนหน้าจอคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์มือถือ ว่ามีการแสดงผลตามที่ต้องการหรือไม่ เพราะการแสดงผลบนหน้าจอแต่ละอุปกรณ์นั้นจะมีขนาดของรูปภาพที่แตกต่างกัน

เทคนิคที่ 3 ใช้รูปโปรไฟล์ที่ง่ายต่อการจดจำ

โดยให้คุณเลือกรูปที่สื่อถึงแบรนด์ของคุณ เช่น โลโก้ของบริษัท หรือรูปภาพของคุณที่ดูเป็นมืออาชีพ โดยขนาดภาพที่เหมาะสมก็คือ 180 x 180 pixel

3 ปัจจัยสำคัญในการสร้าง Facebook Page ให้ยั่งยืน

Objective

คำถามแรกที่คุณจำเป็นต้องถามก่อนการสร้าง Facebook Page ก็คือ คุณสร้างมันขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ใด

  • สร้างการรับรู้ของแบรนด์ (Awareness)
  • เพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ติดตามเพจ (Engagement)
  • เพิ่มยอดขาย (Sales)

เพราะเมื่อมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน กลยุทธ์ในการใช้ทำการตลาดก็ย่อมแตกต่างกัน

Content

เนื้อหาที่โพสต์ลงบนหน้า Facebook Page คือหัวใจสำคัญของการทำการตลาด เนื่องจากตัว Content จะช่วยดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสกลายมาเป็นลูกค้าของเรา ซึ่ง Content สามารถอยู่ในรูปแบบของ บทความ, ภาพ และวีดีโอ โดยในปัจจุบันเนื้อหาประเภทวีดีโอจะได้รับการมีส่วนร่วมมากกว่าเนื้อหารูปแบบอื่น ๆ

Management

การจัดการบน Facebook Page ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากต้องมีการวางแผนในการทำการตลาด โพสต์เนื้อหา ลงโฆษณา ตอบคอมเม้นท์ ตอบข้อความ ซึ่งถ้าหากมีการจัดการที่ไม่ดีพอแล้วล่ะก็ อาจทำให้เพจไม่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะช่วยให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งเอาไว้ หากคุณไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง คุณจำเป็นที่จะต้องหาใครสักคนเพื่อมาทำหน้าที่เหล่านี้ และที่สำคัญก็คือ ต้องมีการพูดคุยให้คนทั้งองค์กรเข้าใจตรงกันถึง วัตถุประสงค์ขององค์กร

Facebook Page ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อซับพอร์ทธุรกิจ SME ในการค้าขายบนโลกออนไลน์ ดังนั้น จึงมีอีกฟังก์ชั่นหนึ่งที่สำคัญและคุณจำเป็นต้องเรียนรู้ นั่นก็คือ การลงโฆษณาบน Facebook อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการลงโฆษณานั้น เปรียบเสมือนเป็นตัวเร่งให้ได้ผลลัพธ์ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการเอาไว้ได้รวดเร็วและแม่นยำอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะได้กล่าวในบทความต่อ ๆ ไป

สืบศักดิ์ ลิ่วลักษณ์ ผู้ก่อตั้ง Vcommerce ที่ปรึกษาด้านการตลาดและนักปั้นแบรนด์ให้ธุรกิจอาหารเสริมและเครื่องสำอางจำนวนมาก และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและบริหารผลไม้อบแห้งค้าส่งค้าปลีก Nana Fruit

เว็บไซต์ Vcommerce
เฟซบุ๊คเพจ Vommerce
บทสัมภาษณ์ Marketing Oops
บทสัมภาษณ์ Woody Talk
บทสัมภาษณ์ อายุน้อยร้อยล้าน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.