งานออนไลน์ได้เงินจริงไหม? วิเคราะห์เจาะลึกงานออนไลน์แบบไหนจึงได้เงิน ได้เงินอย่างไรและเท่าไร

0
7759

การทำงานออนไลน์ สร้างรายได้จากอินเตอร์เน็ต อยู่ที่บ้านเป็นความฝันของคนจำนวนมาก แต่บ่อยครั้งที่คนเกิดความสงสัยว่าจริง ๆ แล้วงานออนไลน์ได้เงินจริงหรือ?

หลายคนเคยเป็นประกาศตามเว็บไซต์หางาน หรือการค้นหาผ่านทาง Google ก็จะเจอเว็บไซต์และประกาศเหล่านี้มากมาย มาพร้อมกับการเสนอผลตอบแทนจำนวนมากด้วยชั่วโมงการทำงานที่น้อย บางแห่งบอกว่าไม่ต้องขายของ ไม่ต้องหาลูกค้า ฯลฯ คนที่เชื่อและมีความหวังอย่างสนิทใจก็มี แต่คนที่ลังเลใจเพราะข้อความมันฟังดูดีเกินจริงไปก็มาก นอกจากนั้นยังมีข่าวอีกว่าบางครั้งอาจคนที่ติดต่อสมัครไปต้องพบกับกิจกรรมที่มีลักษณะคล้ายแชร์ลูกโซ่

เอาเป็นว่าบทความนี้จะไม่ไปล้วงแคะแกะเกาอะไรในจุดนั้นมากนัก เนื่องจากแต่ละรายมีรูปแบบการทำงานและทำเงินแตกต่างกัน บางรายอาจทำไม่ถูกต้อง แต่บางรายอาจทำถูกต้อง เล่าเหมา ๆ ไปเดี๋ยวคนทำดีจะเสียหายตามไปด้วย ฉะนั้นวันนี้เราจะมาพาทุกคนไปรู้เจาะลึก งานออนไลน์แบบไหนได้เงินจริง เพื่อนำไปพิจารณาต่อยอดกันเอาเอง

4 วิธีงานออนไลน์ สร้างรายได้ออนไลน์ได้เงินจริง

การสร้างรายได้ออนไลน์ มีเป็นสิบ ๆ วิธี แต่เฉพาะบทความนี้เราจะมารวบเป็นมัด ๆ แล้วจำแนกออกมาเป็น 4 ประเภทหลัก ๆ เบื้องต้น ดังนี้ เพื่อให้คนที่เพิ่งเริ่มต้นสามารถทำความเข้าใจได้โดยเร็ว

1. Services รับจ้างฟรีแลนซ์ออนไลน์

เป็นการทำงานและสร้างรายได้ออนไลน์ขั้นพื้นฐานสุด คุณมีทักษะหรือแรงกายอะไรที่สามารถทำงานได้ คุณนำทักษะนั้นมาประกาศขายรับจ้างโดยอาศัยสื่ออินเตอร์เน็ตในการลงประกาศ อาทิ เว็บบอร์ดประกาศงานต่าง ๆ หรือประกาศทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค อาทิ Facebook ส่วนตัว และ Facebook page

ประเภทของการรับจ้างฟรีแลนซ์ทำงานออนไลน์ อาทิ รับจ้างเขียนบทความ, รับจ้างดูแลแฟนเพจ, รับจ้างดูแลเว็บไซต์, รับจ้างโพสต์ข้อความในเว็บไซต์หรือตามสื่อต่าง ๆ, รับจ้างออกแบบกราฟฟิก/โลโก้ ฯลฯ เป็นต้น ฯลฯ เหล่านี้เป็นการรับจ้างโดยอาศัยแรงกายตนเองแลกเงินเป็นจ็อบ ๆ ไป

วิธีนี้ได้เงินเท่าไร?

ราคาในการรับจ้างค่อนข้างกว้าง ขึ้นอยู่กับความสามารถและชื่อเสียงของตัวบุคคล ยกตัวอย่างเช่น การรับจ้างเขียนบทความอาจเริ่มต้นที่ 200-300 บาทต่อบทความ ในขณะที่การเขียนบทความเชิงลึก เนื้อหาแน่น และเป็นวิชาการอาจสูงถึงบทความละ 1000-2000 บาทต่อบทความ งานออกแบบก็เช่นกัน — ส่วนงานดูแลเว็บไซต์ หากคุณรู้เรื่อง Search engine optimization หรือ SEO ด้วย ก็อาจได้ราคาค่าตัวที่สูงขึ้น

อยากได้เงินเพิ่มต้องทำอย่างไร?

อยากได้เงินเพิ่มต้องรับงานให้มากขึ้นอาจไม่ใช่ทางออกเสมอไป หากคุณต้องการได้เงินเพิ่มแบบระบบ Leverage ก็ต้องพัฒนาฐานลูกค้าคู่กับพัฒนาทีม โดยคุณเป็นคนคุมโครงการแบบ Project manager หาลูกค้า กระจายงานให้ทีมทำ คุณจะรับงานได้มากขึ้นโดยอยู่เหนือข้อจำกัดของร่างกายและเวลา

2. Advertising การโฆษณา

เป็นวิธีสร้างรายได้ออนไลน์ที่นิยมมากเป็นอันดับต้น ๆ ในหมู่นักทำเงินออนไลน์ วิธีนี้คุณไม่ต้องผลิตหรือขายสินค้าใด ๆ ไม่ต้องยุ่งเรื่องสต็อก ไม่ต้องจัดส่ง ไม่ต้องวุ่นวายกับลูกค้า สิ่งที่คุณทำคือการสร้าง เว็บไซต์ และสร้าง เนื้อหา หรือ Contents ลงเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องจนเกิดจำนวนคนเข้าเว็บ หรือ Website traffics สูงพอที่จะขายโฆษณาได้

การขายโฆษณายังทำได้หลายแบบ อาทิ:

การติดป้ายโฆษณาแบบ Pay-per-click – หรือย่อสั้น PPC เป็นป้ายโฆษณาอัตโนมัติที่เมื่อคนเข้าเว็บไซต์และคลิ๊กที่ป้าย จะนับเป็นรายได้ของเจ้าของเว็บไซต์ที่ติดป้ายโฆษณา PPC นั้น ๆ โดยผู้ให้บริหารที่เป็นที่นิยมโดยทั่วโลกคือ Google AdSense อัตราค่าโฆษณาต่อคลิ๊กไม่ได้สูงมาก อาจจะประมาณ 0.25 บาทไปจนถึง 1 บาทขึ้นไปต่อคลิ๊ก ขึ้นอยู่กับเว็บไซต์ภาษาอะไรและเป็นโฆษณาในหมวดไหน บางหมวดค่าคลิ๊กสูง เช่น การเงิน ประกัน สินเชื่อ เป็นต้น

การติดป้ายโฆษณาแบบ Banner ads – เป็นป้ายแบนเนอร์ที่ทางแบรนด์สินค้าติดต่อขอติดตั้งโดยตรง โดยรับค่าโฆษณาเป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือนก็ได้อยู่ที่เจ้าของเว็บไซต์จะกำหนด หากเว็บไซต์ดังและมีคนเข้าเยอะ มีคนอยากลงโฆษณาเยอะ ก็อาจคิดค่าติดป้ายเป็นรายสัปดาห์ก็ได้ เพื่อเปิดทางให้คนที่พร้อมจ่ายมากกว่าได้มาลง

การทำโฆษณาแบบ Advertorial – เป็นการเขียนบทความพร้อมการ Tie-in ประชาสัมพันธ์สินค้า ซึ่งจะต่างจากการรับจ้างเขียนบทความธรรมดา เพราะ Advertorial มีมูลค่าการเขียนสูงมาก อาจสูงถึงหลักหมื่นบาทต่อชิ้นงาน บางเว็บไซต์คิดค่าเขียนบทความ Advertorial มากกว่า 50,000 บาทเลยทีเดียว แต่สาเหตุที่ทำเช่นนั้นได้เพราะ Website traffic ที่สูงและแบรนด์ของเว็บไซต์ที่แข็งแกร่ง

วิธีนี้ได้เงินเท่าไร?

รายได้ของเว็บไซต์มาจาก Traffics เป็นสำคัญ หาก Traffics สูงโอกาสคลิ๊กที่ป้าย Google adsense ก็มีสูง และสามารถเรียกเก็บค่า Banner ads หรือ Advertorial ในราคาที่สูงตามไปด้วย ในประเทศไทยมีคนทำเว็บไซต์ภาษาไทยที่ได้ค่าโฆษณาจาก Google AdSense เดือนละหลักแสนบาทก็มี ส่วน Advertorial ก็เช่นกัน กรณีเว็บไซต์ CEOblog เองก็มีรายได้จาก Advertorial ที่หลักแสนบาทต่อเดือนเช่นกัน

อยากได้เงินเพิ่มต้องทำอย่างไร?

รายได้ของค่าโฆษณาจะเป็นไปตามจำนวน Traffics ล้วน ๆ คุณจะทำเว็บไซต์เดียวแล้วโฟกัสที่การปั้นเว็บไซต์ให้เติบโตมี Traffics มหาศาล หรือจะทำเว็บไซต์เฉพาะทางหลาย ๆ เว็บเน้น Keywords ติด Google search engine เพื่อให้มี Organic search traffics ไหลเข้ามาโดยอัตโนมัติทุกเว็บไซต์ก็ได้ ถามว่าแบบไหนเหนื่อยกว่ากัน ก็ตอบว่าเหนื่อยพอ ๆ กัน แต่หากทำสำเร็จในระยะยาวก็คุ้ม แต่บทความนี้แนะนำว่าไม่ควรผูกรายได้ไว้กับผู้ให้บริการเพียงรายได้เดียว ควรกระจายกันไปคือมีทั้ง PPC, Banners ads และ Advertorial 

ตัวอย่างป้าย Google AdSense และ Advertorial บน CEOblog

3. Affiliate marketing การเป็นนายหน้า

อธิบายแบบง่าย ๆ คือการสร้างรายได้ออนไลน์จากการ ‘เขียนเชียร์สินค้า’ แล้วเแปะลิงค์ที่จะส่งคนไปยังหน้า Check-out ของสินค้านั้น ๆ โดยลิงค์จะฝัง Affiliate id code ของคุณ เมื่อคนทำการซื้อสินค้า ชำระเงินสมบูรณ์ ส่งมอบสินค้าแล้วโดยไม่มีการคืนเงิน คุณจะได้ค่านายหน้าจากเจ้าของสินค้า

วิธีนี้คุณต้องสร้างเว็บไซต์เช่นกัน และควรเป็นเว็บไซต์ที่ตรงกับตัวสินค้าที่จะโปรโมท อาทิ ทำเว็บไซต์รีวิวอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ เพื่อทำ Affiliate กับสินค้าประเภทโทรศัพท์มือถือและโน้ตบุ๊ค ทำเว็บไซต์ข่าวแฟชั่น เพื่อทำ Affiliate กับสินค้าประเภทเสื้อผ้าและเครื่องประดับ

ผู้ให้บริการ Affiliate program ในไทยหลัก ๆ ได้แก่ Lazada, Access Trade และ aCommerce ส่วนในต่างประเทศนั้นมีผู้ให้บริการมากมายเพียงเข้าไปดูในเว็บไซต์ธุรกิจใด ๆ แล้วลองเลื่อนไปดูที่ Footer ของเว็บไซต์จะเห็นคำว่า Become an affiliate หรือ Affiliate partner program แปลว่าเว็บไซต์นั้น ๆ เปิดรับให้ทำ Affiliate

วิธีนี้ได้เงินเท่าไร?

วิธีสร้างรายได้ออนไลน์จากค่านายหน้า Affiliate marketing นั้นกว้างมาก หากเป็นสินค้าเป็นชิ้นเป็นอันโดยมากมักไม่สูง เฉลี่ย 5-10% จากราคาขาย แต่กรณีเป็นสินค้าดิจิตัล อาทิ ซอฟต์แวร์อีเมล์มาร์เก็ตติ้งของ Convert kit หรือ เว็บขายหน้ากากเว็บไซต์อย่าง Theme forest ค่านายหน้าจะประมาณ 30% หรือบางผลิตภัณฑ์อาจให้สูงกว่า 50% ก็มี

อยากได้เงินเพิ่มต้องทำอย่างไร?

การเพิ่มจำนวนรายได้ด้วยงานออนไลน์แบบ Affiliate marketing เหมือนกับการทำเงินจาก Advertising คือจำนวนคนเข้าเว็บไซต์มีส่วนสำคัญมาก แต่ต่างกันตรงที่เนื้อหาในการเขียนรีวิวผลิตภัณฑ์ต้องลึกและแน่นมากพอที่จะทำให้คนเชื่อถือและยอมซื้อจากคุณ 

ตัวอย่างเว็บไซต์ Digital Photography School สร้างรายได้ออนไลน์จากการเขียนรีวิวกล้องและอุปกรณ์กล้อง จากนั้นทำ Affiliate ร่วมกับเว็บไซต์ Amazon.com

Step 1 รีวิวสินค้า

 

Step 2 ไปยังหน้าขายสินค้าบน Amazon.com

4. E-Commerce การขายของออนไลน์

การขายของออนไลน์ เป็นวิธีสร้างรายได้ออนไลน์ที่นิยมมากที่สุดสำหรับคนไทย แต่จะต่างจาก 2 วิธีแรกตรงที่มีการลงทุนสต็อกสินค้าและส่งของ นอกจากนั้นวิธีสร้างรายได้จากการขายของออนไลน์ของคนไทยยังแตกต่างจากฝรั่งตรงที่ ฝรั่งทำเว็บไซต์และระบบ E-Commerce อย่างเต็มรูปแบบ แต่คนไทยโพสต์สินค้าขายผ่าน Facebook เป็นหลักจนบางครั้งถึงกับฝากชีวิตไว้บน Facebook เพียงอย่างเดียว

การขายของออนไลน์ที่คนคุ้นเคยกันดีแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่

1) ซื้อมาขายไป: เน้นสินค้าขายดีและสินค้าในกระแส หาของที่เปนที่ต้องการมาขายในราคาที่ถูกกว่า หรือพูดง่าย ๆ ‘ตัดราคา’ นั่นเอง เป็นวิธีที่ทำกันมากที่สุดเพราะง่ายและเร็ว และหลายคนเลือกที่จะไม่ทำเว็บไซต์ แต่ขายผ่าน Facebook หรือนำไปขายใน Marketplace อย่าง Lazada เป็นต้น

2) สร้างแบรนด์ขายเอง: วิธีห่างไกลจากสงครามราคามาหนึ่งขั้นคือการเพิ่มคุณค่าด้วยการสร้างแบรนด์ ความภักดีของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์จะเป็นเกาะป้องกันสงครามราคาได้ระดับหนึ่ง

แต่อีกวิธีที่น่าสนใจไม่น้อยคือ การเป็นตัวแทนขายขาย Drop-ship…

ขออธิบายก่อนว่าการเป็นตัวขายมี 2 แบบ แบบสต็อกของ และ แบบไม่สต็อกของ กรณีสต็อกของคือต้องซื้อสินค้าจากแบรนด์มาสต็อก ทำการตลาด ขาย และจัดส่งเองเพื่อแลกกับอัตรากำไรขึ้นต้นที่สูงขึ้น แต่บางแบรนด์นั้นมีศักยภาพในการให้อัตรากำไรขึ้นต้นแก่ตัวแทนขายที่สูงแล้วยังพร้อมส่งสินค้าให้ด้วย แบบนี้เรียกว่า Dropship

Dropship คืออะไร?

เจ้าของแบรนด์สินค้าที่เปิดรับตัวแทนขายระบบ Dropship ช่วยตัวแทนขายโฟกัสที่การทำการตลาด กรณีนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งที่คุณจะมุ่งทำเว็บไซต์ ทำบทความให้ติด Search engine เพื่อดึงดูดผู้คนเข้ามาซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง และคุณรับส่วนแบบที่เกือบจะเป็น Passive income — วิธีนี้ถือว่าเป็นการสร้างรายได้ออนไลน์ที่น่าทำอย่างมาก

วิธีนี้ได้เงินเท่าไร?

คุณมีโอกาสมีรายได้จากการขายของออนไลน์ตั้งแต่เดือนละหลักหมื่นไปจนถึงหลักล้านบาท แต่ยอดขายต้องหักต้นทุนสินค้า ค่าการตลาด และค่าดำเนินการอื่น ๆ

อัตรากำไรขั้นต้นของการขายของออนไลน์แบบ E-Commerce กว้างมากเช่นกัน หากโมเดลธุรกิจของคุณเป็นรูปแบบ ซื้อมาขายไป อาจมีกำไรขั้นต้นประมาณ 20-30% และเมื่อหักค่าการตลาดและค่าดำเนินการต่าง ๆ อาจเหลือ กำไรสุทธิ ไม่เกิน 10-15%

หากคุณเลือกที่จะเป็น เจ้าของแบรนด์ สร้างแบรนด์และจัดจำหน่ายเอง คุณมีโอกาสมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 100% ขึ้นไป กรณีนี้คุณต้องแบกรับภาระที่มากขึ้น ได้แก่ การผลิต สต็อก และการทำการตลาดอย่างหนักเพื่อทำตลาดใหม่

อีกทางออกหนึ่งคือ การเป็นตัวแทนขาย ให้กับสินค้าที่มีแบรนด์ติดตลาดอยู่แล้ว กรณีนี้มีอัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 15-35% โดยคุณต้องสต็อกและจัดส่งเอง แต่จะมีแบรนด์ก็ทำระบบ Drop ship ให้แก่ตัวแทน อาทิ ฺBalance Thailand ที่ตัวแทนขายมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 50% โดยไม่ต้องสต็อกหรือจัดส่งสินค้าเอง

[เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวการสมัครเป็นตัวแทนขายกับ Balance Thailand ที่นี่]

อยากได้เงินเพิ่มต้องทำอย่างไร?

รายได้จากการขายเป็นไปตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น การมีสินค้าที่หลากหลายเป็นวิธีที่จะช่วยให้ยอดขายโดยรวมทั้งพอร์ตของคุณโตขึ้น

ตัวอย่าง

เว็บไซต์บทความสุขภาพผู้ชายและติดแบนเนอร์ไปยังบทความขายสินค้าของ Balance Thailand พร้อมติดตั้งระบบตะกร้าที่ทำขึ้นโดยเจ้าของเว็บไซต์ เมื่อมีออเดอร์เข้ามาก็ส่งออเดอร์นั้นให้กับทางเจ้าของแบรนด์ไปส่งต่อให้ลูกค้า

Step 1 ทำบทความให้ความรู้หวังผล SEO ในระยะยาว ในอนาคตคนมีปัญหาสุขภาพมีโอกาสหาเจอทาง Google

 

Step 2 คลิ๊กที่ป้ายแบนเนอร์ข้างบทความก็จะไปสู่หน้าขายสินค้า

สรุป

และนี่คือ 4 งานออนไลน์ วิธีสร้างรายได้ออนไลน์จากโน้ตบุ๊คเครื่องเดียวที่สามารถทำได้จริงและได้เงินจริงด้วยเงินลงทุนที่ไม่มาก แต่อาจอาศัยเวลาในการเรียนรู้เทคนิคและการปั้นเว็บไซต์สักระยะก่อนที่มันจะทำเงินให้คุณ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.