Jeff Bezos ซื้อห้าง Whole Foods ค้าปลีกอเมริการะส่ำ นักลงทุนแห่ทิ้ง Wal-Mart

6
2148

มี Surprise ออกมาตลอดปี 2016-2017 กับผู้ชายคนนี้, Jeff Bezos เจ้าของเว้บไซต์อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ และปัจจุบันขึ้นแท่นเศรษฐีอันดับสองของโลก หนึ่งในผู้มีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมค้าปลีกทั้งอเมริกา โดยตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมามีการขยับไปเล่นตลาด ค้าปลีกออฟไลน์ อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งการเปิดร้านหนังสือ Amazon Book Store เปิดร้านขายสะดวกซื้อ Amazon GO และล่าสุดเข้าซื้อกิจการ Whole Foods Market ค้าปลีกสาย สินค้าออร์แกนิค ที่มีจำนวนมากกว่า 400 สาขา

งานนี้สะเทือนวงการค้าปลีกอย่างมาก เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า Jeff Bezos เป็นนักธุรกิจสาย Tech ลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีในการทำธุรกิจของตัวเอง และเป็นเจ้าของฐานข้อมูลสำคัญ ๆ ทางการค้าที่สะสมในระบบ Amazon เป็นอันมาก

ข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนสหรัฐฯ ถึงกับเทขายหุ้นในกิจการค้าปลีกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Wal-Mart, Kroger Co, และ Costco ฯลฯ อีกมากมาย เนื่องจากรู้กันดีว่าค้าปลีกเหล่าดั้งเดิมเหล่านั้นตกอยู่ในสถานการณ์ทรง ๆ หรือ ทรุด ๆ มานานแล้ว ยิ่งถ้า Amazon กระโดดมาเล่นค้าปลีกออฟไลน์เองแล้วก็มีโอกาสฟื้นได้ยากกว่าเดิม

Amazon.com ซื้อหุ้น Whole Foods Market

วันศุกร์ 16 มิถุนายน 2017 ที่ผ่านมา, สำนักข่าวชั้นนำทั้งในอเมริกาและฝั่งยุโรปได้ประกาศว่า Jeff Bezos, Founder และ CEO ธุรกิจเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซนาม Amazon.com ได้เข้าซื้อหุ้นของกิจการ Whole Foods Market ห้างค้าปลีกสินค้าออร์แกนิคชื่อดังที่มีจำนวนกว่า 400 สาขา ด้วยเงินสด ที่ราคาหุ้นละ 42 เหรียญสหรัฐฯ จำนวนมูลค่าการเข้าซื้อรวม 13,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ในช่วงประมาณ 460,000 – 470,000 ล้านบาท ถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของกลุ่ม Amazon อีกทั้งยังอนุญาตให้ Mr. John Mackey ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Whole Foods ดำรงตำแหน่งและอำนาจบริหารธุรกิจต่อไป

ธุรกรรมดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นของ Whole Foods ขยับขึ้นมาที่ 43.64 เหรียญสหรัฐฯ ต่อหุ้นในวันจันทร์ 17 มิถุนายน 2017 เมื่อตลาดเปิด ในขณะที่หุ้นของ Amazon ปรับตัวขึ้น 2.9% มาอยู่ 992.11 เหรียญสหรัฐฯ

สันนิษฐานแผนการของ Jeff Bezos

Amazon.com ดำเนินธุรกิจค้าปลีกออนไลน์มากว่า 2 ทศวรรษ แต่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาได้มีการเคลื่อนไหวในฝั่งของ ค้าปลีกออฟไลน์ หรือ Traditional retail หรือศัพท์พื้นเมืองภาษาอังกฤษเรียกว่า Brick-and-Mortar Store อย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดร้านหนังสือ Amazon Book Store และร้านสะดวกซื้อ Amazon GO ซึ่งทั้งสองธุรกิจที่เคยดำเนินกิจการโดยเจ้าตลาดมาก่อนไม่ว่าจะธุรกิจร้านหนังสือ และธุรกิจค้าปลีกออฟไลน์ต่างอยู่ในสภาวะทรง ๆ และ ทรุด ๆ มาเป็นสิบปี และต้องปิดสาขาไปเป็นจำนวนมาก แต่ Amazon กลับเข้ามารุกพื้นที่นี้ด้วยเหตุอะไรบ้าง?

มั่นใจในข้อได้เปรียบเรื่อง Big Data

ความเป็นธุรกิจ Internet-Base มากว่า 2 ทศวรรษของ Amazon และความเป็นสายเนิร์ดของเจ้าของอย่าง Jeff Bezos ทำให้เขาสะสมฐานข้อมูลและสถิติการซื้อขายขนาดยักษ์ทั่วโลกไว้ในระบบ Amazon.com ข้อมูลเหล่านี้ทำให้ Amazon เปรียบเสมือนคนมีตาทิพย์ที่รู้ว่า สินค้าอะไรขายดีในช่วงไหน คนในพื้นที่ใดชอบซื้ออะไร นอกจากนั้นยังมีบัญชีรายชื่อผู้ซื้อและผู้ขายและช่องทางการติดต่อจำนวนมหาศาลซึ่งสามารถนำไปต่อยอดทำการตลาดและการขายได้อย่างไม่รู้จบ

การสะสมฐานข้อมูลเหล่านี้ ในฝั่งของค้าปลีกออฟไลน์เองก็มีเช่นกัน แต่คาดว่าจะไม่มากและไม่ลึกเท่าของ Amazon ที่เป็น Internet-Base เพราะทุกธุรกรรมที่เกิดขึ้นโดยผู้ใช้งานทั้งขาผู้ซื้อและขาผู้ขายจะถูกบันทึกเก็บไว้โดยอัตโนมัติและทั้งหมด

ความน่าจะเป็นคือ Amazon สามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการวิเคราะห์และตัดสินใจในการสร้างห้างค้าปลีก Amazon ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในแง่ของขนาดของร้านค้าที่เหมาะสมกับพื้นที่ การจัดจำหน่ายสินค้าที่ตรงกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ และการคำนวณอัตราสินค้าคงคลังที่เหมาะสมในแต่ละสาขา เป็นต้น

เพื่อเป็นต้นแบบในการทำระบบ Merchant

เนื่องจาก Amazon จัดอยู่ในกลุ่ม Tech/ Startup และมีการลงทุนกับงานวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอันมากโดยเฉพาะช่วงหลัง ๆ ที่ Jeff Bezos ดูจะสนใจเรื่อง Machine Learning และ AI เป็นพิเศษถึงขนาดลงทุนก่อตั้งหน่วยพัฒนา AI ชื่อโปรแกรม Alexa และจับมือกับ General Electrics พัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าปัญญาประดิษฐ์แบรนด์ Echo โดยเริ่มจัดจำหน่ายแล้ว

ด้วยเหตุนี้ร้านค้าปลีกตัวใหม่ชื่อ Amazon GO ที่เปิดตัวไปจึงนำเทคโนโลยีอันทันสมัยมาประยุกต์ใช้แบบจัดเต็มและพลิกวงการ นั่นคือไม่มีระบบ Check-Out แต่เป็นการสแกนสินค้าผ่านแอปพลิเคชั่นที่ติดตั้งบนสมาร์ทโฟนของผู้ซื้อ และค่าสินค้าจะถูกตัดชำระผ่านบัญชีที่ผู้ซื้อผูกไว้กับแอปพลิเคชั่น!

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Amazon ไม่ได้มีการเปิดเผยแผนการบุกตลาดของ Amazon GO และไม่ได้มีข่าวว่าจะรุกเปิดสาขาที่ไหนและจำนวนเท่าไรบ้าง จึงมีความน่าจะเป็นว่าทาง Amazon อาจทำโมเดลนี้ขึ้นมาเป็นต้นแบบในการทดสอบเทคโนโลยีของตน จากนั้นจะทำการขายระบบ Merchant นี้แก่ค้าปลีกแบรนด์อื่นก็เป็นได้ รวมไปถึงการนำไปใช้ในกิจการค้าปลีกอื่น ๆ ที่จะเข้าซื้อในปัจจุบันอย่าง Whole Foods และอื่น ๆ ในอนาคต

เพื่อเป็นต่อยอดแบรนด์ Amazon Fresh

Amazon ได้ประกาศโมเดลธุรกิจใหม่ชื่อ Amazon Fresh เมื่อเดือน มีนาคม 2017 ที่ผ่านมา โดยจะมุ่งเป็นร้านขายสินค้าประเภทของสด ได้แก่ ผักสด ผลไม้ เนื้อสดต่าง ๆ อาหารแช่เย็น และเครื่องประกอบอาหาร ที่เหมาะสำหรับครัวเรือนและร้านอาหารนำไปใช้แบบรายวันหรือระยะสั้น

หลักการทำงานของ Amazon Fresh คือผู้ซื้อสามารถสั่งสินค้าผ่านทางออนไลน์โดยไม่มียอดสั่งขั้นต่ำ สั่งจองล่วงหน้า 15 นาที และสามารถแวะรับ ณ สาขาที่ผู้ซื้อเป็นผู้นัดรับ ดังนั้นการเข้าซื้อกิจการ Whole Foods ในครั้งนี้จะเป็นการต่อยอดแก่ Amazon ถึง 2 ขั้น

ขั้นที่ 1 มีโอกาสใช้ Whole Foods เป็นฐานกระจายสินค้า ประเภทอาหารสดทันที 400 กว่าสาขา (ภายใต้เงื่อนไข Amazon ต้องจัดการเรื่องจุดยืนของความเป็นห้างขายสินค้าออร์แกนิคที่ผ่านมาให้ลงตัว)

ขันที่ 2 มีโอกาสใช้ประโยชน์จากกลุ่ม Instacart โดยปริยายInstacart เป็นธุรกิจ On-Demand Service รับจ่ายตลาดผ่านแอปพลิเคชั่น Instacart เป็นพันธมิตรหลักกับ Whole Foods และผู้ร่วมก่อตั้ง Instacart ยังเป็นอดีตพนักงานของ Amazon อีกด้วย!

นักลงทุนสหรัฐอเมริกา แห่ทิ้งหุ้นค้าปลีก

ข่าว Amazon ซื้อหุ้น Whole Foods ส่งผลให้นักลงทุนในสหรัฐอเมริกาเกิดความวิตกกังวลต่อแบรนด์ค่าปลีกออฟไลน์ต่าง ๆ ที่ทรง ๆ และทรุด ๆ อยู่แต่เดิมแล้วก็อาจจะถดถอยหนักกว่าเดิม จึงเทขายหุ้นออกไป ส่งผลให้ราคาหุ้นของค้าปลีกต่าง ๆ ตกลงดังนี้

Supervalu ลดลง 13%
Kroger Co. ลดลง 11%
Wal-Mart ลดลง 7.1%
Costco ลดลง 5.8%
Sprouts Farmers ลดลง 5.2%

ที่มา: http://www.cnbc.com/2017/06/16/amazon-is-buying-whole-foods-in-a-deal-valued-at-13-point-7-billion.html

ประวัติย่อ Whole Foods Market

 

ก่อตั้งเมื่อ 20 กันยายน ค.ศ. 1980 โดย John Mackey, Renee Hardy-Lawson, Mark Skiles, และ Craig Weller โดยปัจจุบันมี John Mackey เป็นกำลังหลักในการบริหารและดำรงตำแหน่งเป็น CEO ของบริษัท

Whole Foods เป็นร้านค้าปลีกที่เน้นขายสินค้าปลอดสาร หรือ Organic Foods ณ ปี ค.ศ. 2017 มีทั้งสิ้น 432 สาขา ได้แก่ อเมริกา 410 สาขา, แคนาดา 13 สาขา, และอังกฤษ 9 สาขา รวมกับแผนการที่จะขยายเพิ่มแล้วอาจจะไปถึงจำนวน 440 สาขาภายในสิ้นปี 2017 กิจการมีรายได้เต็มปี ณ ปี 2013 จำนวน 12,900 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กำไรสุทธิ 551 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

——————————————————

ติดต่องานโฆษณาได้ที่ : [email protected]

——————————————————


อ่านเพิ่มเติม

Jeff Bezos ขึ้นแท่นรวยอันดับ 2 ของโลกเบียด Warren Buffett

Amazon เพิ่มคนแสนอัตรา ชนเจ้าตลาดหลายอุตสาหกรรม

Warren Buffett พยากรณ์ความตกต่ำของค้าปลีกที่เป็นจริงแล้ววันนี้

 


แหล่งอ้างอิง

http://www.cnbc.com/2017/06/16/amazon-is-buying-whole-foods-in-a-deal-valued-at-13-point-7-billion.html

https://www.bloomberg.com/news/articles/2017-06-16/amazon-to-acquire-whole-foods-in-13-7-billion-bet-on-groceries

https://qz.com/1008034/amazon-amzn-just-bought-whole-foods-market-wfm-and-jeff-bezos-gets-in-the-grocery-business/

https://en.wikipedia.org/wiki/Whole_Foods_Market

 


6 COMMENTS

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.